บ่ายวันนี้มีประชุมงาน ไหนๆก็ได้ฤกษ์ออกจากบ้านทั้งทีพอเลิกแล้ว เด็กเกเรสองคนก็เลยตกลงว่าจะไปดูหนังกันต่อ เวลาห้าโมงครึ่งพึ่งจะเหยียบถึงหน้าพารากอน มีตัวเลือกสามเรื่องในเวลาใกล้ๆนั้น สุดท้ายก็เลยเลือกหนังโรแมนติกคอมเมดี้ เรื่องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะเข้าโรงมาได้ไม่กี่วันเรื่องนี้ >>> Something Borrowed
พล็อตเรื่องก็ดูธรรมดา คล้ายๆดราม่าฝรั่งทั่วไป คนสองคนที่มีความรู้สึกดีๆแบบเดียวกันให้กัน แต่ไม่เคยบอกออกไป ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครกล้าคิดเข้าข้างตัวเอง พอมีคนที่สามเข้ามา เรื่องก็เลยยุ่งยากขึ้นมา
ดูแล้วก็แอบสรุปง่ายๆในใจว่า เวลาแอบชอบใครก็บอกๆเค้าไปเถอะ เพราะว่าการที่เก็บเอาไว้ก็อาจจะไม่มีวันได้รู้ว่าเค้าก็อาจจะรู้สึกเหมือนกันกับเราก็ได้ เพราะว่าคนเราบางทีก็มองข้ามสิ่งง่ายๆที่คนอื่นเค้ามองออกกันตั้งนานแล้วไปได้ เพราะเวลา "แอบ"รู้สึกดีกับใคร ก็ต้องมาคอยแอบความรู้สึกเอาไว้อย่างงั้น แค่นั้นก็ยุ่งจนไม่มีเวลาจะไปสังเกตอาการที่ก็ดูแปลกๆไปของเค้าคนนั้นแล้ว
...ฟังดูง่ายแต่จริงๆแล้วทำยากเนอะ :)
แต่จริงๆแล้วที่ชอบที่สุดคือชื่อเรื่องนะ
Something Borrowed มาจากหนึ่งในคำพูดสี่คำถึงของสี่อย่างที่ผู้หญิงในสมัยวิกตอเรียเชื่อว่าจะนำมาซึ่งโชคดีหามีไว้ประดับบนชุดเจ้าสาว มาในรูปของวัตถุ แต่ที่จริงแล้วก็มีความหมายที่มากกว่านั้น
เริ่มจาก Something Old หรือของเก่า หลายคนเลือกจะสวมจี้ห้อยคอ ล็อกเกต หรือแหวนแต่งงานของแม่หรือยาย
หรือแม้กระทั่งใช้ชุดเจ้าสาวที่ส่งต่อกันมา เพื่อสื่อถึงความผูกพันของเจ้าสาวต่อครอบครัวของเธอเอง โดยเฉพาะแม่และยายของเธอ
Something New จะเป็นของอะไรก็ได้ทั้งนั้น เป็นสื่อแทนอนาคตใหม่ที่สดใสสวยงามข้างหน้าที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะร่วมกันสร้างขึ้น
Something Borrowed หรือของที่ขอยืมมา เป็นสัญลักษณ์แทนมิตรภาพของเจ้าสาวและเพื่อนของเธอ โดยมีข้อแม้ว่าของที่จะขอยืมมาใช้นั้นจะต้องมาจากคู่แต่งงานที่มีความสุข และประสบความสำเร็จ คนส่วนมากนิยมหยิบยืมเครื่องประดับเล็กๆน้อยๆ อาจจะเป็นสร้อยสักชิ้นที่เพื่อนของเธอใส่ในวันแต่งงานแสนสุขของเธอ หรือ ผ้าคลุมผม อาจจะยกเวันก็แต่ในหนังเรื่องนี้นั่นแหละนะ
และข้อสุดท้ายคือ Something Blue ถึงแม้จะมีสำนวนในภาษาอังกฤษว่า feeling blue ที่หมายถึงรู้สึกเศร้า แต่ในสมัยก่อนนั้นสีฟ้าเป็นสีแห่งความสุข และยังหมายถึงความซื่อสัตย์และซื่อตรงอีกด้วย เดิมเจ้าสาวจะสวมเครื่องประดับสีฟ้า คลิบชายกระโปรงสีฟ้า หรือถือช่อดอกไม้สีฟ้า
เชื่อกันว่าถ้าหากมีทั้งสี่อย่างครบในวันแต่งงาน ก็จะทำให้มีความสุขตลอดไป
ฟังดูดีใช่มั้ยล่ะคะ ^_____^
ว่าจะไปดูอยู่ค่ะ
#1 By ~[P]ep[P]er[M]in[T]~ on 2011-05-08 00:38