posted on 27 Mar 2011 17:05 by palmtreehouse
ต้องนับว่าเป็นความโชคดีที่คุณแม่เคยซื้อหุ้นกู้ปตท.เอาไว้ เลยได้บัตรเชิญไปดูตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค3 รอบพิเศษ ก่อนวันฉายจริงตั้ง 3วัน ... ในที่สุดก็ได้ดูภาคต่อภาคนี้หลังจากคอยมาสองปีกว่าๆ เรียกว่ารอจนลืมเรื่องจากสองภาคแรกไปแล้วซะส่วนใหญ่ สองสามวันที่ผ่านมาต้องเอาสองภาคแรก(องค์ประกันหงสา และ ประกาศอิสรภาพ) มานั่งรีวิวความจำ
ภาคนี้ก็ยังคงความอลังการเอาไว้เหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะมีทั้งฉากรบบนบก และฉากรบกลางน้ำระหว่างเรือสำเภาจีนของพระยาจีนจันตุ กับกองเรือของพระนเรศวร เพิ่งจะเคยเห็นเรือที่ลักษณะคล้ายๆเรือพระที่นั่งแบบไทยๆที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นเรือพระที่นั่ง มาทำหน้าที่เป็นเรือรบก็คราวนี้เอง เป็นฉากรบที่ตื่นตาตื่นใจ ไม่แพ้ดู Pirate of the Caribbean เลยก็ว่าได้
เนื้อเรื่องก็เริ่มที่การเดินทางกลับกรุงอโยธยา หลังจากพระนเรศวรทรงประกาศเอกราชที่เมืองแครงและนำชาวบ้านและกองทหารหนีกองทัพพม่าข้ามแม่น้ำสะโตงกลับสู่ฝั่งไทยได้สำเร็จ ฝ่ายมังสามเกียรติก็ดูพระเจ้านันทบุเรงดุไปตามระเบียบ แต่ด้วยความที่ติดศึกกับอังวะอยู่พระเจ้านันทบุเรงเลยส่งพระยาพะสิม และเจ้าเมืองเชียงใหม่ นรธาเมงสอ ให้มาตีอโยธา
ทางอโยธยาเองกำลังรวบรวมทหาร หนึ่งในนั้นคือพระยาจีนจันตุที่มาเป็นทหารอาสา แต่จริงๆแล้วแอบส่งข่าวให้เมืองละแวก(ชอบคอยลอบกัดอยุธยาเรื่อยๆ) ที่คอยท่าจะยกทัพมาตีขนาบหากอโยธยากำลังเพลี้งพล้ำต่อหงสา แต่เมื่อถูกจับได้ว่าแอบเป็นสายลับ พระยาจีนจันตุก็ขึ้นสำเภาหนีกลับเมืองละแวก(พวกเขมร) พระนเรศวรให้นำกองทัพเรือตาม ในฉากยุธนาวี ที่นับเป็นไฮไลท์หนึ่งของภาคนี้
อีกหนึ่งฉากสำคัญคือตอนศึกกับเจ้าเมืองเชียงใหม่ที่ทุ่งบางแก้ว ที่ทัพไทยคนกว่าจนต้องใช้กลศึกเข้าช่วย
และในฉากนี้นอกจากจะมีเรื่องราวการรบดุเดือดแล้วยังมีconflictเรื่องความรักปนมาด้วย
เมื่อ'เจ้านางเลอขิ่น' ได้พบคนรักเก่าโดยบังเอิญในกรุงอโยธยา
ตอนแรกแอบคิดว่าภาคนี้น่าจะเครียดเพราะมีแต่ฉากรบฉากสงคราม มีคนตายกองเป็นภูเขาอย่างที่เห็นมาในตัวอย่างหนัง แต่ตลอดเวลาสองชั่วโมงกว่าๆ กลับมีครบทุกอารมณ์ เศร้า ซึ้ง ฮึกเหิม และแม้กระทั่งฉากตลก ที่ทำให้ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากคนทั้งโรงหนัง นับว่าเป็นหนังดีที่คนไทยไม่ควรพลาดเลยจริงๆ ดูแล้วรักชาติเพิ่มขึ้นมากมาย
#1 By จิ้งจก ณ ตุ๊กแก on 2011-03-27 21:26